|
ซีจ้าง 西藏 “เมืองลับแล” แห่งหลังคาโลก
ซีจ้าง 西藏 หรือทิเบต เป็นอาณาจักรแต่โบราณร่วมพันปี ที่ผู้คนจำนวนมากใคร่อยากสัมผัสวิถีชีวิต วิถีชีวิตที่นี่มีสงบ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนใฝ่ฝันใคร่อยากสัมผัส ด้วยขนบธรรมเนียมประเพณี วิธีชีวิตในแบบฉบับที่ไม่เหมือนกัน การชอปปิ้ง casino ที่พักในแบบฉบับที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ศิลปวัฒนธรรมของชาวทิเบต ย้อนหลักกลับไปประมาณ 1300 ปีที่แล้ว ผู้กล้าแห่งทิเบต สงจ้านกานป้ 松赞干布(ออกเสียงตามภาษาจีน) ได้รวบรวมอาณาจักรแห่งที่ราบสูงที่หนาวเย็นปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี ท่านได้พยายามสรรหาวิทยาการ ศิลปวัฒนธรรมจากอาณาจักรรอบข้างเพื่อนำมาพัฒนาสังคมทิเบต เริ่มในปี ค.ศ.638 สงจ้านกานปู้ได้พยายามส่งทูตเพื่อไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับราชวงศ์ถัง 唐朝 ความพยายามมาสำเร็จเมื่อปี ค.ศ. 641 จึงสามารถฟันฝ่าอุปสรรค์นานัปการบนเส้นที่เต็มไปด้วยอันตรายบนเส้นทางโบราณที่เรียกกันว่า เส้นทางโบราณ“ถังฝาน”唐蕃古道มุ่งหน้าสู่ ป่ายไห่ 柏海 (ปัจจุบันอยู่ในอำเภอหม่าตัวมณฑลชิงไห่ 青海玛多县) เพื่อมาสู่ขอองค์หญิงเหวินเฉิน 文成公主 แห่งราชวงศ์ถัง
ศาลเจ้าองค์หญิงเหวินเฉินในทิเบต
องค์หญิงเหวินเฉิน文成公主 ได้เดินทางสู่ทิเบตพร้อมกับรูปปั้นของ“พระ ศักยมุนี” และได้นำประดิษฐานหน้าวิหารที่กำลังก่อสร้างในกรุงลาซา ในขณะเดียวกันองค์หญิงยังได้นำเอาตัวไหม พันธุ์พืชต่าง ๆ ผู้เชียวชาญในการผลิตสุรา และการผลิตกระดาษ ไปพร้อมกับนาง ในช่วงนี้ของประวัติศาสตร์ทิเบต ชาวทิเบตจึงเริ่มมีภาษาทิเบตของตนเองที่ใช้จนถึงทุกวันนี้ชาวทิเบตเรียนรู้วิธีการคำนวณของชนเผ่าฮั่น 汉族 ตั้งแต่นั้นมา ลูกหลานชาวทิเบตที่มีฐานะก็มุ่งหน้าสู่เมืองซีอัน 西安 เพื่อเรียนรู้วิทยาการ โดยการเดินทางตามเส้นทางโบราณถังฝานด้วยความยากลำบาก หลังจากที่วิหารกรุงลาซาก่อสร้างเสร็จ เพื่อรำรึกถึงความดีงามของบรรพชนที่นำเอารูปปั้นพระศักยมุนี จึงนำไปประดิษฐานไว้ในวิหาร และวิหารดังกล่าวก็กลายเป็นวิหารศักสิทธิ์ และศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวทิเบต
ในช่วงเวลาเดียวกัน เทือกเขากันสูงชันและเต็มไปด้วยอันตรายทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ชาวจีนผู้กล้าหาญและชาญฉลาดอีกกลุ่มหนึ่งได้นำเอาใบชา เกลือ สิ่งทอ ที่ชาวทิเบตชื่นชอบขนเข้าไปสู่ที่ราบสูง และในขากลับก็นำเอาสินค้าพื้นเมืองของชาวทิเบตและม้าอาชาจากทิเบตกลับมา เราจึงเห็นเป็นที่ชินตาบนเส้นทางนี้จะเต็มไปด้วยโครงกระดูกขาวพรุนของม้าตลอดข้างทาง เป็นอยู่อย่างนี้ยุคแล้วยุคเล่า ต่อมาจึงกลายเป็นเส้นทางโบราณสายประวัติศาสตร์อีกสายหนึ่งอันเลื่องชื่อ ที่รู้จักกัน“เส้นทางโบราณชาอาชา หรือ ฉาหม่ากู่ด้าว” 茶马古道
ในระหว่างที่ขบวนเสด็จขององค์หญิงเคลื่อนผ่าน ผืนดินดันเย็นยะเยือกรอยกงล้อที่ประทับลงบนพื้นเป็นทางยาวบนที่ราบสูงแห่งนี้ไม่เคยจางหายในยุคถังไท่จง ปีเจิงกวง唐太宗贞观年间 ถึงยุคถังซวนจง ต้าจงปีที่ 5唐宣宗大中五年ราชวงศ์ถู่ฟาน吐蕃王朝เกิดเหตุการณ์ไม่สงบภายในก่อนหลัง 200 ปี ชาวฮั่นกับชาวทิเบตไปมาหาสู่กันอย่างใกล้ชิด มีการส่งขุนนางระดับสูงแลกเปลี่ยนกันระหว่างถังและฟานรวม 142 ครั้ง จนถึงราชวงศ์หยวน 元朝 ท่านข่านได้รวมทิเบตเป็นส่วนหนึ่งของจีนอย่างเป็นทางการ รอยแห่งกงล้อบนเส้นทางโบราณนี้ยิ่งฝังลึกจนไม่อาจลบเลือนได้อีกต่อไป
ปี ค.ศ. 1244 ผู้นำทางจิตใจของทิเบตพร้อมด้วยผู้ติดต่ออีกจำนวนหนึ่งซึ่งรวมหลานชายที่อายุเพียง 10 ขวบ ปาซือปา อยู่ด้วย เดินทางออกจากกรุงลาซามุ่งไปทางเหนือ ผ่านดางสง当雄น่าฉวี่那曲ที่ลุ่มแม่น้ำเหลืองข้ามเทือกเขาคุนหลุน 昆仑 ที่ราบสูงชิงจ้าง 青藏高原 และมาถึงเมืองเหลียงโจว 凉州 ในปี ค.ศ.1247 เพื่อเจรจาความกับรัฐบาลกลาง โดยยอมรับเงื่อนไขการอยู่ภายใต้อาณัติของราชสำนักส่วนกลาง เลิกล้มความตั้งใจที่จะแยกตัวเป็นอิสระ
|